ตัวแปรที่สำคัญของ ความชื้น

เครื่องวัดความชื้น

ในแวดวงอุตสาหกรรมของรู้จักกันดีกับ ความชื้น หรือเครื่องวัดอัตราการไหล ซึ่งคือเครื่องมือวัดประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับวัดการไหลของของไหลต่าง ๆ มีทั้งที่เป็นของแข็งและของเหลว โดยเครื่องวัดความชื้น ก็จะมีรูปแบบหรือประเภทที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามการใช้งาน โดยตัวเครื่องวัดความชื้น นั้นจะประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ อยู่สองส่วนคือ Flow sensor และ Flow indicator โดยตัว Flow sensor นั้นจะเป็นตัวเซนเซอร์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณที่อยู่ในรูปแบบทางฟิสิกส์หรืออัตราการไหลของของไหลให้มาอยู่ในรปแบบของสัญญาณไฟฟ้าเพื่อที่จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเหล่านี้ไปยังส่วนต่อซึ่งก็คือ Flow indicator และตัว Flow indicator นั้นเป็นส่วนประกอบที่จะทำหน้าที่ในการนำสัญญาณที่ได้จาก Flow Sensor มาแสดงผลหรือแปลงผล ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ Scale ระดับความสูง หรือตัวเลขดิจิตอล เพื่อให้สามารถสื่อสารให้กับผู้ที่ใช้งานให้รับรู้ได้ว่าค่าการไหลที่วัดได้จากเครื่องวัดความชื้น เป็นเท่าไร โดยตัว ความชื้น นี้ก็มีตัวแปรหรือปัจจัยที่สำคัญในการทำงานอีกด้วยเช่นกัน

ตัวแปรที่สำคัญกับการทำงานของ ความชื้น

ในการทำงานของเครื่องมือวัดทุกประเภทรวมไปถึง ความชื้น นั้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพและความถูกต้องมากที่สุดในการแสดงผลข้อมูลต้องมีตัวแปรที่สำคัญในการทำงานของเครื่องวัดตัวนี้ด้วยเช่นกัน โดยตัวแปรที่มีความสำคัญต่อการทำงานของ ความชื้น มีดังต่อไปนี้

  • อุณหภูมิ (Temperature) การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของของไหลจะมีผลทำให้ค่าความหนืด ความหนาแน่น หรือตัวแปรอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไปได้ 
  • ความดัน (Pressure) จะเป็นตัวอย่างอิงในการวัดค่าการวัดอัตราการไหลของปริมาตร 
  • ความหนืด (Viscosity) หรือค่าแรงต้านการไหลของของไหล ถ้าค่าความหนืดมีค่าสูงจะต้องใช้ค่าความต่างของแรงดันมากเพื่อให้ของไหลนั้นเคลื่อนที่ 
  • ความหนาแน่น (Density) คืออัตราส่วนระหว่างปริมาณของมวลสารต่อหน่วยปริมาตร 
  • ความอัดตัวได้ (Compressibility) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงปริมาตรต่อความดัน 
  • แรงตึงผิว (Surface Tension) คือค่าแรงต้านที่ผิวหน้าของของเหลว ซึ่งเป็นแรงที่ใช้ยึดเกาะติดระหว่างพื้นผิวของโมเลกุล 
  • ตัวเลขเรย์โนลด์ (Reynolds number) หรือ RD คือตัวเลขที่ได้จากการคำนวน ซึ่งจะใช้ในการบ่งบอกถึงลักษณะหรือรูปแบบการไหลของของไหล 

จากตัวแปรข้างต้นจะเห็นว่าทุกตัวแปรมีความสำคัญกับ ความชื้น เป็นอย่างมาก ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปก็จะส่งผลให้ค่าที่ได้ออกมาไม่แม่นยำได้ต้องคอยหมั่นเช็คตัวแปรให้ดีด้วยเช่นกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

รางแลดเดอร์

ทำไมโรงงานอุตสาหกรรม ถึงเลือกใช้การเดินสายไฟจากด้านบน ?ทำไมโรงงานอุตสาหกรรม ถึงเลือกใช้การเดินสายไฟจากด้านบน ?

ในโรงงานอุตสาหกรรมเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะเคยเห็นหรือผ่านตามาบ้างแล้ว กับการเดินสายไฟของโรงงานอุตสาหกรรมนั้นจะต่างกับการเดินสายไฟจากบ้านเรา โดยการเดินสายไฟของโรงงานอุตสาหกรรมนั้น จะเป็นการเดินสายไฟด้านบนผ่านการใช้รางแลดเดอร์ หรือ รางไฟแบบอื่น ๆ  ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะสงสัสยไม่ต่างจากนักเขียนว่าทำไมจะต้องเดินสายไฟไว้ด้านบนด้วยในบทความนี้เราได้รวบรวมคำตอบมาไว้ให้แล้วครับ   ป้องกันการเกิดไฟฟรั่ว   เนื่องจากบางครั้งอาจจะเกิดไฟรั่วขึ้นได้ถ้าหากว่าเดินไฟตามปกติ และ ถ้าหากว่าเกิดไฟรั่วแล้วโดยปกติทางโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นจะมีตู้ MDB เพื่อคอยดูแลไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และ อาจจะทำให้ตู้นั้นเกิดการจ่ายไฟผิดพลาด หรืออาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นเอาได้นะครับ ดังนั้นการเดินสายไฟผ่านรางแลดเดอร์ ที่อยู่ข้างบนนั้นจะช่วยให้โอกาสในสายไฟเกิดความเสียหายน้อยกว่า และเกิดไฟรั่วได้น้อยกว่านั้นเอง   ไม่เกะกะการทำงาน   อีกหนึ่งข้อดีของการเลือกใช้การเก็บสายไฟไว้ด้านบนนั้นคือไม่เกะกะเวลาทำงานดีนะครับ เพราะบางครั้งอาจจะมีตู้ หรือ อุปกรณ์บางอย่างที่ตั้งอยู่ใจโรงงานเลย ซึ่งการเดินไฟแบบปกติอาจจะทำใหต้องลากสายไฟให้ยาวออกไปและนั้นอาจจะทำให้สายไฟที่ลากมานั้นเกะกะคนอื่นเอาได้นะครับ ดังนั้นอีกหนึ่งข้อดีของการเดินสายไฟที่ด้านบนนั้นคือไม่จำเป็นต้องต้องเดินสายไฟในที่ใกล ๆ และทำให้ไม่ต้องเกะกะคนอื่นเวลาทำงานด้วยนะครับ   ปลอดภัยกว่า